บทความยอดนิยม

กระทู้ล่าสุด

เข้าระบบ สมาชิก






ลืมรหัสผ่าน?

ผู้ใช้งานขณะนี้

ขณะนี้มี 10 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม: 22825332
ย้อนรอยสุดยอดปรมาจารย์ หลังกึ่งพุทธกาล
หน้าแรก arrow บทความ arrow เหรียญเสมา ๘ รอบ หลวงปู่ทิม อิสริโก
เหรียญเสมา ๘ รอบ หลวงปู่ทิม อิสริโก PDF พิมพ์
เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์   
พฤหัสบดี, 25 ตุลาคม 2007

เหรียญเสมา

            มูลเหตุจูงใจที่มีเหรียญเสมา ๘ รอบและสร้างเป็นเหรียญฉลุลงยาสีต่างๆนั้น มาจากแนวความคิดที่ว่า ในระหว่างปี พศ.๒๕๑๖-๒๕๑๘ นั้นเหรียญลงยาของหลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา จังหวัดปราจีนบุรี,เหรียญลงยาของหลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม และเหรียญเสมาลงยาพิมพ์พิเศษต่างๆของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากและมีสนนราคาแพง อีกทั้งหายาก ผม(คุณชินพร สุขสถิตย์) จึงคิดสร้างเหรียญลงยาไว้ใช้แทนกันเพราะพิสูจน์แล้วว่า หลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเก่งจริงๆและจะทำออกให้บูชาเพื่อหาเงินสร้างศาลาภาวนาภิรัต จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหรียญ ชุดเสมา ๘ รอบขึ้น

            เหรียญเสมา ๘ รอบ มีหลายแบบหลายพิมพ์ โค๊ตที่ตอกเพื่อกันปลอม จึงมีหลายโค๊ตเพื่อจะได้ช่วยกันตอกให้ทันเพราะผู้ที่จองไว้ มาคอยรับของกันตั้งแต่เช้าวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นวันเริ่มงาน มีบางท่านรับเหรียญเสมาหน้าทองคำหลังเงิน, หน้าทองคำหลังทองคำ ไปโดยไม่ตอกโค๊ตก็มีโดยบอกว่า “รับจากมือหลวงปู่ แล้วต้องตอกโค๊ตอีกทำไม?” แต่ปรากฎภายหลังว่า เหรียญที่ไม่ตอกโค๊ตสนนราคาเช่าหาจะต่ำกว่ามาก ดีไม่ดีหาว่าเก๊ไปเลยก็มี
            เหรียญเสมาทองแดงจะตอกโค๊ตตัวอุ ( ฯ ) ไว้บนสังฆาฏิ หัวอุไม่ค่อยติดเพราะพื้นโค้ง มองเป็นเลขหนึ่งอารบิค ( 1 ) ไปก็มี ถ้าเป็นเหรียญพิเศษจะตอกโค๊ตนะเม็ดงา โค๊ตเดียวกับที่ใช้ตอกพระกริ่งชินบัญชรแต่โค๊ตก็สึกมากแล้วจึงเอาโค๊ตนะแอล ที่แรกตั้งใจสร้างไว้เพื่อตอกพระกริ่งชินบัญชรมาตอกไว้ด้วย เพราะโค๊ตอุ ตอกหัวติดบ้างไม่ติดบ้างจนดูเป็นเลขอารบิคไป

            สำหรับเหรียญที่ตอกโค๊ตตราศาลาเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็นเหรียญส่วนตัวของผม(คุณ ชินพร สุขสถิตย์) ส่วนโค๊ต 3 ก็เป็นเหรียญส่วนตัวของคุณประชา ตรีพาสัย และคุณพัฒนา บุญอนุกูล(ผู้ทำปลัด โค๊ต3) เหรียญทองแดงที่ไม่ได้ตอกโค๊ตก็มี แต่ขอให้พิจารณาจุดตำหนิในเหรียญเป็นสำคัญ ไม่จำเป็นจะต้องถือโค๊ตเป็นหลักก็ได้ เพราะเหรียญทองแดงมีถึง ๒ หมื่นกว่าเหรียญ จึงตอกได้ไม่หมด และไม่ได้ตอกอีกเพราะโค๊ต (อุ, นะแอล, ศาลา)ได้ทำลายและสึกไปหมดแล้ว  

            เหรียญเสมา ๘ รอบเป็นพระเครื่องชุดฉลองอายุครบ ๘ รอบของหลวงปู่ทิม สร้างทั้งหมดหลายแบบประกอบไปด้วย

คุณปราโมทย์ มาเจริญ
คุณปราโมทย์ มาเจริญ ผู้ออกแบบเหรียญเสมา

๑. เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังทองคำ
๒. เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังเงิน
๓. เหรียญเสาหน้าเงินหลังเงิน
๔. เหรียญเสมาหน้าเงินหลังนวะโลหะ
๕. เหรียญเสมาเงินลงยาที่จีวรสีเหลือง
๖. เหรียญเสมาเนื้อนวะโลหะผสมชวนพระกริ่งชินบัญชร
๗. เหรียญเสมาเนื้อทองแดง
๘. เหรียญเสมาพิเศษเนื้อทองแดงลงยา  

            เหรียญชุดเสมา ๘ รอบ คุณปราโมทย์ มาเจริญ ช่างศิลป์ของแผนกเผยแพร่ กรมชลประทานเป็นผู้ออกแบบ แล้วมอบให้คุณฐิติพงษ์ อุดมรัตนศิษย์ นำไปทำทั้งหมด เสร็จแล้วได้นำพระทั้งหมดไปถวายให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกเดียวตั้งแต่ วันฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๘ และออกให้บูชาเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๘ อันเป็นวันทำบุญอายุครบ ๘ รอบของหลวงปู่ทิม (ปลุกเสกร่วมๆ ๔๕วัน)

 

ฟิลม์ต้นแบบเหรียญเสมา
ฟิลม์ต้นแบบเหรียญเสมา

 

            เมื่อปี่ ๒๕๒๐ หลังจากหลวงปู่ทิมมรณะภาพได้เพียงปีเศษ  เหตุการณ์ที่ผมรู้เห็นมากที่สุดคือเรื่องของคุณสมนึก ใยสูง ซึ่งขณะนั้นมีการก่อสร้างถนนรัชดาภิเษกจากสี่แยก อ.ส.ม.ท. มาจนถึงสี่แยกรัชโยธิน ในปัจจุบันและเลยไปบรรจบกับถนนวิภาวดีรังสิต ระหว่างที่ถนนกำลังก่อสร้างเสร็จเป็นช่วง ๆ และทางการยังไม่เปิดให้รถวิ่ง ถนนบางตอนยังเต็มไปด้วยกองหิน กองทราย เศษเหล็ก ทั้งสองข้างทาง เสาไฟฟ้ากำลังปักใหม่ๆ ไฟฟ้าบนเสายังไม่ติด ในช่วงที่เป็นเขตติดต่อระหว่างสี่แยกรัชดาติดกับถนนลาดพร้าวมาจนถึงที่เรียกว่า สี่แยกรัชโยธิน ในปัจจุบันนี้ ในระยะเวลานั้นถนนสร้างเสร็จแล้วไปแถบหนึ่ง ในเวลากลางคืน บรรดาสิงห์มอร์เตอร์ไชค์ ทั้งหลายต่างก็ใช้ถนนเส้นนี้เป็นที่ประลองความเร็วของรถ จนเป็นที่รกหูรำคาญใจของคนที่ปลูกบ้านอยู่ริมถนนในย่านนั้น  

 

เหรียญเสมา
เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังทองคำ
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาเนื้อเงินลงยาจีวรเหลือง
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมากะหลั่ย โค๊ตนะแอล และอุ
เหรียญเสมา
ด้านหลังตอกโค๊ตพิเศษศาลาถึง ๓ จุด
เหรียญเสมา
เหรียญเสมากะหลั่ยทองเดิม ตอกโค๊ตนะแอลถึง ๒ จุด และโค๊ตอุ(ติดแต่ปลายหาง เหมือนเลข 1) ที่สังฆาฏิ เมื่อเร็วๆนี้มีคนเช่าหาเหรียญกะหลั่ยหย่อนสวยกว่านี้ เช่าหากันในราคา ๕๐,๐๐๐บาท
เหรียญเสมา
ด้านหลังโค๊ตพิเศษศาลาถึง ๒ จุดให้รู้ว่า หลังจากทำกะหลั่ยแล้วนำไปให้หลวงปู่เสกอีกครั้งจึงตอกโค๊ตศาลาไว้ ส่วนใหญ่เป็นของส่วนตัวผมหรือคนใกล้ชิด
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังเงิน
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังเงิน
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาหน้าเงิน หลังนวะ
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาหน้าเงิน หลังนวะ
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาทองแดง กรรมการ ลงยาสีขาวและสีน้ำเงิน สังฆาฏิตอกโค๊ตนะเม็ดงาที่สึกแล้ว (เห็นเพียง ตัวนะ บางๆ)
เหรียญเสมา
ด้านหลังตอกโค๊ตศาลาถึง ๒ จุด
เหรียญเสมา
เหรียญเสมาเนื้อทองแดง
เหรียญเสมา
ด้านหลัง
   

            นายมนัส ใยสูง มีนิวาสถานอยู่ที่บ้านริมถนน ซึ่งปัจจุบันคือ เรือนไม้เก่า ๆ อยู่ติดกับร้านทำเครื่องเสียง ติดรถยนต์ Rocket Sound  ติดถนนรัชดาภิเษก นายมนัสสมัยนั้นเป็นเด็กหนุ่ม (ปี ๒๕๒๐) ที่ชอบแต่งเครื่องมอร์เตอร์ไซค์คู่ชีพให้วิ่งเร็ว เมื่อแต่งใช้ได้แล้วก็เอามาลองขับกันบนถนนรัชดาภิเษกหน้าบ้านของตัวเองนั้น พรรคพวกเพื่อนฝูงที่ร่วมแก๊งนักบิดและมีส่วนในการแต่งเครื่องก็คอยยืนดูผลการทดลอง รอบนั้นนายมนัส ใยสูง เป็นผู้ทดลองขับรถของตนเอง โดยเพื่อนคนอื่นได้ลองกันมาหลายรอบแล้ว นายมนัสออกรถคู่ชีพด้วยความเร็วเต็มที่ของเครื่องยนต์ที่สามารถบิดได้ นายมนัสหายไปพักใหญ่ก็ไม่ขี่ย้อนกลับมา เมื่อนานเข้าจนผิดสังเกตุเพื่อนๆจึงออกตามหา ไปจนถึงปากซอยเสือใหญ่ ก็เห็นแสงไฟจากรถมอร์เตอร์ไซค์ของนายมนัสจองพังยับเยินไม่มีชิ้นดีอยู่ข้างทางบนกองหินและไกลออกไปอีกประมาณ ๒๐ เมตร ก็เห็นร่างของนายมนัสนอนสลบนิ่ง ไม่ไหวติง อยู่กลางกองหินและเศษเหล็ก เนื้อตัวถลอกปอกเปิกไปหมดเพื่อน ๆ จึงช่วยกันหามส่งโรงพยายาลภูมิพลทันที
            นายมนัสไปฟื้นที่โรงพยาบาล เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยถลอกเลือกออกซิบ ๆ ตามผิวหนัง แผลใหญ่ไม่มี แต่ถึงกระนั้นนายมนัสก็ลุกไม่ได้เนื้อตัวปวดเมื่อยไปหมด และต้องพักฟื้นอยู่หลายวันจึงกลับบ้านได้ ในคอนายมนัส ใยสูง ห้อยเหรียญเสมา ๘ รอบ เนื้อทองแดงอยู่เพียงเหรียญเดียว นายมนัสเล่าถึงเหตุการณ์ในสมัยนั้นให้ผู้เขียนฟัง
            “พวกผมทดลองรถกันเสียงดังมาก จนเป็นที่รำคาญของชาวบ้านยานนั้น เขาจึงเอาเสาไม้มาขวางทางรถผมไว้ ผมขับไปด้วยความเร็วสูงไม่ทันเห็นจึงชนเสาเข้าเต็มที่ รู้สึกตัวว่าลอยขึ้นไปสูงมาก แล้วก็หมดความรู้สึกไปเลย มาฟื้นอีกทีก็ไปอยู่โรงพยาบาลซะแล้ว ถ้าไม่มีเหรียญหลวงปู่ทิมห้อยคอไว้ผมคงจะไปเมืองผีแล้วเมื่อผมหล่นลงมา หัวผมน่าจะกระแทกกับกองอิฐกองหินจนคอหักสมองกระจายไปแล้ว แต่นี่เป็นเพียงสลบไปเท่านั้น ดีที่ไม่เป็นอะไรเลย” นายมนัส ใยสูง พูดพลางก็เอามือลูบคลำพวงพระเครื่องที่มีแต่ของหลวงปุ่ทิมล้วน ๆ ไปพลาง ๆ พร้อมกับเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า
            “ครั้งที่รถมอร์เตอร์ไซค์ชนยังไม่เท่าไหร่ เพราะสลบไปเสียก่อน แต่ครั้งหลังนี่ซิครับเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หัวใจผมหล่นลงไปกองอยู่กับตาตุ่มเพียงนิดเดียว ถ้าไม่ได้เหรียญเสมาเหรียญเดิมกับเหรียญเจริญพรแล้วละก้อ ผมคงไม่มีโอกาสมาคุยกับพี่ในวันนี้แล้ว” คุณมนัส ใยสูง เล่าถึงเหตุการณ์ ที่ตนประสบต่อมาอีก ๓ ปีให้หลังว่า
            “ผมเป็นคนชอบสะสมปืนพก มีเงินมีทองพอเมื่อใดผมมักจะหาซื้อปืนไว้เป็นสมบัติเสมอ ๆ ผมมีปืนพกยี่ห้อต่าง ๆ  ๓ กระบอก มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้นำปืนทั้ง ๓ กระบอกมาทำความสะอาด มีปืนอยู่กระบอกหนึ่งที่ผมรู้ว่ามีลูกปืนค้างอยู่ในลำกล้องอีกหนึ่งลูก ขณะที่สนใจอยู่กับปืนทั้ง ๓ กระบอก หน้าบ้านก็มีรถขายฝรั่งดองซึ่งเป็นของรับประทานเล่นที่บรรดาสาว ๆ ชอบ ต่างก็มารุมซื้อของดองอยู่ที่หน้าบ้านผม พี่ชายผมชื่อนายสมนึก ใยสูง เมื่อยินเสียงรถขายผลไม้ดองและมีสาว ๆ ล้อมซื้ออยู่ก็รีบวิ่งลงมาข้างล่าง เมื่อผ่านมาตรงที่ผมกำลังทำความสะอาดปืนอยู่ก็คว้าไปกระบอกหนึ่งเอาไปอวดสาว ๆ เผอิญปืนกระบอกที่เอาไปนั้น เป็นปืนที่มีลูกกระสุนค้างอยู่ในลำกล้อง ๑ นัด  ผมรีบวิ่งตามลงไปเพื่อจะบอกให้พี่ชายผมได้รู้ว่า ปืนกระบอกนั้นมีลูก ให้ระมัดระวังเดี๋ยวจะเกิดอันตรายผมก็ตะโกนเตือนไปก่อนว่า นึก!!..ปืนมีลูก ผมตะโกนคำว่าปืนมีลูก ยังไม่ทันจะหมดประโยค พี่ชายของผมก็หันปากกระบอกปืนมาทางผม แล้วเหนี่ยวไกทันที่...ปัง!
            เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ครับ ลูกกระสุนปืนเฉี่ยวกกหูผมแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ซึ่งเป็นระยะกระชั้นชิดมาก เรียกว่ายิ่งกว่าระยะเผาขนอีก พี่ชายผมหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม เพราะไม่นึกว่าปืนจะมีลูกจริง และยังไม่ทันฟังผมพูดให้จบประโยคเสียก่อน สำหรับผมเองนั้นเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ มันเสียวยิ่งกว่าตอนขับรถมอร์เตอร์ไซค์ซะอีก หัวใจผมเหลือนิดเดียว เหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริง ๆ “ นึกมันบอกว่า..หัวใจของมันเหมือนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอดจากติดคุกเพราะฆ่าน้องชายมาได้อย่างไรก็ไม่รู้ เพราะตัวเองคิดไม่ถึงว่าปืนจะมีลูกและระยะที่ยิงก็เป็นระยะเผาขนจริง ๆ ไม่น่าจะผิด แต่เหมือนมีอะไรที่มองไม่เห็นมาปัดมือขวาที่ถือปืนอยู่ให้เบนออกไป            
            ปัจจุบันคุณมนัส ใยสูง เป็นผู้รับเหมาติดตั้งวางเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วประเทศไทยรวยเป็นหลายร้อยล้านแล้ว
            เรื่องของเหรียญเสมาแปดรอบมีเรื่องเล่าให้ฟังอยู่เรื่องหนึ่งว่า ที่บ้านฉาง ระยอง ก่อนที่ทางการจะเข้าไปสร้างโครงการ อีสเทรินซีบอร์ด ไม่นาน กิจการค้าที่ดินโดยเฉพาะที่บ้านฉาง จังหวัดระยอง โด่งดังมาก การซื้อขายที่ดินนับเป็นธุระกิจที่ทำเงินได้มหาศาลบรรดานายทุนและเศรษฐีทั้งหลายต่างกว้านซื้อที่ดินในบริเวณบ้านฉางกันอย่างขนานใหญ่ เรื่องราวการขัดแย้งเกี่ยวกับผลประโยชน์ในที่ดินจนถึงมีการฆ่าฟันกันเกิดขึ้นหลายราย มีเรื่องราวอันเกี่ยวกับ เหรียญเสมาชุด ๘ รอบ เกิดขึ้นเรื่องหนึ่งในระยะนั้น แต่บุคคลที่อยู่ในเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ประสงค์ที่จะออกนามเพราะเป็นผู้พิพากษา
            เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อมีการขัดผลประโยชน์เกิดขึ้น การจ้างวานให้เก็บก็เกิดขึ้น ขณะที่เป้าหมายหรือ นาย ก. (นามสมมุติ) กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแหล่งชุมชนของบุคคลหลายอาชีพ มือปืนออกจะใจกล้ามาก ขณะที่นาย ก. กำลังจิบกาแฟอยู่นั้น มือปืนก็ปราดเข้าล็อดคอแบบประชิดตัว มือขวาของมือปืนก็ล็อดคอนาย ก. ไว้ ส่วนมือซ้ายที่ถือ ปืนขนาด ๑๑ ม.ม. อยู่ก็จิ้มเข้าที่พุงกะทิของนาย ก. แล้วเหนี่ยวไกทันที
            เสียงดัง....แซ๊ะ  ๆ แต่ไม่มีเสียงกระสุนปืนลั่นออกจากปากลำกล้อง ผู้เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึง เมื่อนาย ก. รู้สึกตัวถูกยิงและกระสุนไม่ลั่นออก็เกิดมีกำลังใจต่อสู้กอดรัดกับมือปืนไว้ เจ้ามือปืนวายร้ายก็เหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง ครั้งนี้ได้ผลปืนลั่น โป่ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว นาย ก. ตกใจรีบคลายการกอดรัดมือปืนออกเพราะใจเสีย ความร้อนจากกระสุนปืนถูกหนังศรีษะพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณกกหู มือปืนเลยหลุดรอดหนีไปได้
            หลังจากที่ได้สตินาย ก. ก็เอามือลูบที่บริเวณกกหูปรากฏว่ามีเพียงเลือดไหลออกมาซิบ ๆ เท่านั้น ในคอนาย ก. นี้ห้อยเหรียญเสมาแปดรอบ หน้าทองคำหลังเงิน อยู่เพียงเหรียญเดียวเท่านั้น
            เหรียญเสมาหน้าทองคำหลังเงิน เป็นเหรียญเสมาเนื้อพิเศษสร้างพร้อมกันและเป็นเหรียญรุ่นเดียวกับเหรียญเสมา ๘ รอบ
            เรื่องราวของเหรียญเสมาเนื้อทองแดง ๘ รอบ ยังมีอีกมากมายหลายเรื่อง เหตุการณ์ที่จะสาธยายให้อ่านกันต่อไปนี้ คุณธงชัย อุดมความสุข อดีตสามาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่ผู้ล่วงลับไปแล้วได้เล่าโดยเชียนเป็นบันทึกไว้ดังนี้
            ผมเองเคยประสบกับอภินิหารในวัตถุมงคลซี่งได้รับการอาราธนาปลุกเสกโดยหลวงปู่ทิมมาแล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เมื่อทดลองเอาพระกริ่งชินบัญชรอาราธนาตัดสายรุ้งบนท้องฟ้าหลังจากฝนขาดเม็ดไปใหม่ ๆ ที่บ้านแม่ข่า ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาก จังหวัดเชียงใหม่ และผลปรากฏว่ารุ้งกินน้ำบนท้องฟ้าขาดเป็นช่วง ๆ เมื่อยกเอาพระกริ่งชินบัญชรตัด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมเองมีความเชื่อมั่นในวัตถุมงคลที่ได้รับการปลุกเสกจากหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยองว่าสามารถคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายได้อย่างสนิทใจ
            ผมมีพรรคพวกที่เป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่ที่อำเภอฝางอยู่คนหนึ่งเป็นรุ่นน้องของผมและเป็นคนที่ผมรักมากเพราะมีอุปนิสัยใจคอคล้ายคลึงกัน เมื่อผมไปแวะเยี่ยมหา คุณสันติ ตันสุหัช ซึ่งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่เขตอำเภอฝางที่บ้านพักของคุณสันติ ผมได้เล่าเรื่องที่ผมได้ทดลองอาราธนาพระกริ่งชินบัญชรฟาดตัดรุ้งกินน้ำขาดให้คุณสันติฟัง โดยมีความตั้งใจว่าจะเอาพระเครื่องซึ่งหลวงปู่ทิมได้ปลุกเสกและผมมีอยู่ นำมามอบให้กับคุณสันติไว้ใช้ประจำตัว เมื่อขอชมพระเครื่องในคอของคุณสันติที่แขวนอยู่ก็ได้พบเหรียญเสมาหลวงปู่ทิม เป็นชนิดแบบ หน้าเงินลงยาหลังนวโลหะ เมื่อเห็นดังนั้นทางผมก็เอ่ยปากถามว่าไปได้ที่ไหนมา จึงได้รับฟังถึงเรื่องราวเกี่ยวกับอภินิหาร ของเหรียญเสมาหลวงปู่ทิมจากปากคำของคุณสันติ
            คุณสันติเป็นนักนิยมพระเครื่องคนหนึ่งในอำเภอฝาง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้สั่งบูชาพระเครื่องจากวัดละหารไร่ โดยได้ขอบูชาเหรียญเสมาหน้าเงินหลังนวโลหะ และเหรียญเสมาทองแดงมาจำนวนหนึ่ง
            คุณสันติเป็นคนใจคอกว้างขวางตามแบบฉบับของนักการเมือง เป็นคนมีเพื่อนฝูงมาเสมอจากคะแนนเสียงที่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่เขตอำเภอฝางที่ได้รับคะแนนถึงหนึ่งหมื่นสามพันกว่าคะแนนแบบนั้นเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าคุณสันติเป็นที่นิยมรักใคร่ของคนทั่วไป
            เมื่อเสร็จจากการเลือกตั้งไม่นาน คุณสันติได้นำเหรียญเสมาเนื้อทองแดง ไปฝากไว้กับคุณบรรจบ เตียวกุล หรือที่คนอำเภอฝางเรียกว่า “โกเจ็ง” ซึ่งเป็นเจ้าของสวนลิ้นจี่ชื่อดังในอำเภอฝาง เพราะคุณสันติเป็นเพื่อนกับน้องชายโกเต็ง ชื่อ นายวิชิต เตียวกุล ซึ่งทำงานอยู่ในสวนลิ้นจี่ อยู่ที่บ้านแม่สันมะกอกหวานตำบลแม่งอน อำเภอฝาง ทางคุณสันติ จึงได้ฝากเหรียญเสมากับโกเจ็งเพื่อนำไปให้กับคุณวิชิต (โกชิต) เพราะว่า โกเจ็งต้องเข้าไปดูงานในสวนทุกวัน เมื่อได้รับเหรียญเสมาของหลวงปู่ทิมก็นำมาใส่ในกระเป๋าเสื้อไว้เพื่อนำไปให้กับโกชิตผู้เป็นน้องชายที่อยู่ในสวนลิ้นจี่โกเจ็งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีลูกชายซ้อนท้ายออกจากบ้านในตัวตลาดบ้านแม่ข่า เมื่อขี่จักรยานยนต์จวนจะถึงสวนลิ้นจี่ ขณะนั้นเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ได้มีคนร้ายแอบซ่อนอยู่ข้างทางจำนวน ๒ คน เมื่อโกเจ็งขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงจุดนั้น คนร้ายได้ใช้ปืนเอ็ม.๑๖ กราดยิงโกเจ็ง ๑ ชุดใหญ่ กระสุนถูกรถจักรยานยนต์พังยับ มีกระสุนเพียงนัดเดียวที่ยิงถูกขาของโกเจ็งรถจักรยานยนต์ล้มลง เมื่อโกเจ็งตั้งสติได้ก็ใช้อาวุธปืนที่พกไปยิงโต้ตอบ จนคนร้ายได้หลบหนีไปและได้หวนกลับมายิงโกเจ็ง ซ้ำอีก ๑ ชุด จนแน่ใจแล้วว่าโกเจ็งคงตายแน่แล้วจึงหลบหนีไป
            เมื่อเสียงปืนสงบ ชาวบ้านจึงได้พากันออกมาดูที่เกิดเหตุ พบโกเจ็งและลูกชายนั่งอยู่ที่ข้างทางตรงจุดที่ถูกยิง จึงได้ช่วยกันพาไปส่งยังโรงพยาบาลอำเภอฝาง
            โกเจ็งถูกระสุนที่ขา ๑ นัดเป็นรอยซ้ำ ส่วนลูกชายที่ไปด้วยไม่เป็นอะไรเลย และในตัวก็ไม่มีพระอะไรแขวนอยู่ หากจะพูดว่ามือปืนกระจอกยิงไม่ถูกก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะระยะห่างเพียง ๕ เมตรและยิงด้วยปืนเอ็ม.๑๖ ที่ปล่อยกระสุนออกไปเป็นชุดๆ ชุดหนึ่งประมาณ ๑๖ นัด และยิงถึง ๒ ชุด รวมเป็น ๓๒ นัดแต่กระสุนไม่ถูกต้องตัวเลย ทั้ง ๆ ที่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ไปพังยับเยินหมด
            ก็เห็นจะต้องเชื่อมั่นอย่างสนิทใจ ว่าที่โกเจ็งรอดพ้นจากอันตรายไม่ถูกระสุนปืนเอ็ม.๑๖ รางพรุนไปหมดนั้น จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากอำนาจของพระเครื่องเหรียญเสมาเนื้อทองแดงที่โกเจ็งใส่อยู่ในกระเป๋าเพื่อนำไปฝากให้กับโกชิตต้องชายที่อยู่ในสวนลิ้นจี่เท่านั้น
           
            นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่ง ของประสบการณ์จากการใช้เหรียญเสมา หลวงปู่ ทิม อิสริโก หลังจากท่านมรณภาพไปเพียงไม่กี่ปี

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อาทิตย์, 30 พฤศจิกายน 2008 )